เด็กในองค์กร

family

องค์กรได้ทำการจับตามองครอบครัวหนึ่ง ที่ได้รับการอนุญาตจากพ่อและแม่ของเด็กแล้ว ซึ่งทางทีมงานได้สำรวจดูที่อยู่อาศัย วิถีชีวิต สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กในชีวิตประจำวัน ทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า ปัจจุบันเด็กเยาวชน เริ่มมีทัศนคติและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมมากนัก เกินเด็กจนเกินไป จนดูไม่มีความน่ารักสมกับวัยที่เป็นเด็ก มีค่านิยมในด้านของเทคโนโลยีที่มากขึ้นมากจนลืมศาสนาที่ควรจะต้องเป็นแรงจูงใจไป ทำให้เด็กเริ่มมีจิตวิญญาณที่ไม่เกรงกลัวต่อความผิว หรือกฎแห่งกรรมเท่าที่ควร หลงใหลในโลกอิเล็กทรอนิกส์ ติดอยู่กับสังคมที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินกว่าวัยที่เหมาะสมของตนเอง และปฏิเสธในด้านความเชื่อของพระเจ้า

ซึ่งจากการที่ทีมงานได้เข้าไปพูดคุยกับครอบครัวและเด็ก จะเห็นได้ว่าเด็กบางคนที่ลุ่มหลงอยู่กับเทคโนโลยีต่างๆ มากไปนั้น ด้วยการดูแลที่หลวมมากไปจากครอบครัว มันมีความเสี่ยงมากต่ออนาคตและจิตใจของเด็ก ซึ่งแตกต่างกลุ่มเด็กที่ได้รับการดูและจากพ่อแม่และผู้ปกครองอย่างดี เด็กพวกนี้จะมีจิตใจที่อ่านโยน มีความศรัทธาในเรื่องต่างๆ ที่เป็นส่วนสร้างทำให้การดำเนินชีวิตของเด็กไม่ได้อยู่กับความเสี่ยง ทำให้ดูมีอนาคตที่สดใสได้ ด้วยความคิดและการกระทำที่ดี มีความสร้างสรรค์ สมแก่วัยที่จะสามารถเจริญและก้าวหน้าขึ้นไปได้อีก

และนี้คือบทการสัมภาษณ์โดยคร่าวๆ จากเด็กที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรบางคน

1.ลอร่า เด็กสาวอายุ 18 ปี

“ปัญหาที่ใหญ่ทีสุดสำหรับฉัน ไม่ใช่ว่าฉันเป็นชาวต่างชาติหรือว่าฉันเป็นเกย์ แต่ฉันเป็นเพียงเด็กสาวที่อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกมากที่ยูดาย เด็กอายุ 13 สามารถที่จะนั่งอยู่กับที่ได้เป็นปกติ แต่สำหรับฉันแล้วที่อายุ 18 ปี กลับไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้”

2.ญาน่า เด็กสาวอายุ 16 ปี

“แม่ของหนูมักจะอธิฐานต่อพระเจ้ากับฉัน โดยการขอพรจากพระเจาที่เราศรัทธา แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก ที่สิ่งที่หนูขอไปจากพระเจ้า กลับไม่เคยเป็นความจริงเลยสักครั้ง หนูไม่เคยได้รับสิ่งนั้นเลย”

3.เพรสตัน เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี

“สิ่งที่ทุกคนบนโลกควรรู้ สิ่งที่ดเป็นความจริงเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆ ที่คนเราต่างเชื่อและเก็บมันไว้ในหัวใจ ซึ่งหากคนเราหมดความเชื่อไปเพียงแค่ 1 นาที คุณก็จะกลายเป็นคนที่มีความอ่อนแอโดยทันที มันคือความเชื่อที่ยังไม่มีใครเคยไป แต่คือสถานที่ที่ทุกคนอยากไป เพราะเชื่อกันว่ามันคือสถานที่ที่ดีที่สุด ดีมากกว่าโลกของเราเสียอีก ซึ่งนี่ก็เป็นสถานที่ที่ผมเองก็อยากไปเช่นเดียวกัน”